คำตอบของคำถาม “ลงทุนอะไรดี” นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนได้อย่างง่ายดาย เราก็อาจจะยังไม่รู้ว่าจะเริ่มศึกษาจากตรงใหนก่อนดี ในบทความนี้เราจึงได้ทำการเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการลงทุน มาทำการสรุปรวบรวมไว้ เพื่อที่จะได้ให้ผู้อ่านได้ศึกษาเจาะลึกต่อไปในเรื่องอื่นๆ ได้สะดวกขึ้น

ลงทุน
ถ้าคุณคิดว่าบริษัทที่คุณซื้อหุ้นนั้นมีกิจการที่สุดยอดอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลกับการผันผวนระยะสั้นๆ จงมองไกลไว้

ลงทุนยังไงดี

เป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไป บางคนมีเงินออมเหลือและต้องการให้เงินนั้นงอกเงยไปใช้ในยามเกษียณหรือยามที่ฉุกเฉินจริงๆ บางคนมีเงินทุนสำรองที่ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ บางคนทราบเลยว่าเงินก้อนนี้จะต้องใช้ในปีถัดไปแต่ไม่อยากจะทิ้งไว้เสียเปล่าๆ พื้นฐานของการศึกษาเรื่องการลงทุนจึงควรเริ่มจากกำหนดเป้ามายการลงทุนของตนเองก่อน จากนั้นจึงไปศึกษาว่าวีธีการแบบใหนจะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ (ลงทุนอะไรดีที่สุด คือ ต้องเหมาะสมที่สุด)

สำหรับมือใหม่ที่กำลังหาว่าลงทุนอะไรดี

“ลงทุนอะไรดี”เมื่อเราลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในการซื้อหุ้นของบริษัทหรือซื้อรถยนต์เก่า นาฬิกา หรือทองคำ เราย่อมเชื่อว่าสิ่งที่เราลงทุนเหล่านั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ปัญหาก็คือมันไม่มีทางลัดที่จะทำให้เราเข้าใจเรื่องการลงทุนภายในพริบตาเดียว เราจะต้องให้เวลาศึกษามันสักหน่อย เชื่อว่าไม่เกิน 1-2 วัน เราก็จะพอทราบแล้วว่า การลงทุนแต่ละประเภทนั้นมีกลไกการทำงานของมันอย่างไร

สิ่งที่ห้ามลืม

การลงทุนนั้นไม่ใช่การประกอบกิจการที่เราจะคาดหวังได้ว่าจะร่ำรวยขึ้นอย่างเร็วในระยะเวลาอันสั้น แต่เป็นการพัฒนาทรัพย์สินของเราที่มีอยู่แล้วให้ค่อยๆมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยคำว่า”ค่อยๆ”นั้นอาจจะกินเวลาถึง 5 ปี 10 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วย้อนกลับมาดูจุดเริ่มต้น เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า จำนวนทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจะเป็นมูลค่าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

นี่คือตัวเลือกพื้นฐานสำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะลงทุนอะไรดี

” ลงทุนอะไรดี “การลงทุนง่ายๆที่มีความนิยมและมีความสะดวกในการลงทุนในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายอย่าง คำว่าหลายอย่างนี้รวมถึง

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์ตลาดที่สร้างเศรษฐีมาแล้วนักต่อนัก แล้วก็เป็นตลาดเดียวกันที่สูบเงินนักลงทุนจนหมดตัวมาแล้วก็หลายคน เมื่อคุณซื้อหุ้นมันเป็นการซื้อส่วนๆหนึ่งของกิจการดังกล่าว เมื่อบริษัทได้รับผลกำไรมา เราก็จะได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนผลกำไรรวมต่อจำนวนหุ้นที่เราได้ซื้อมา ถ้ากิจการนั้นได้ขยายตัวขึ้น แน่นอนว่าหุ้นที่อยู่ในมือเราก็จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย นักลงทุนมือใหม่โดยมาก มักจะไม่ได้มองที่ส่วนแบ่งของกำไรหรือปันผล แต่จะมองที่การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ไช่สิ่งที่ผิด แต่เป็นสิ่งที่ต้องควรระวัง (การลงทุนในหุ้นในระยะยาว 7-10 ปีขึ้นไป ถ้าเลือกลงทุนในบริษัทใหญ่ พื้นฐานดี และมีความมั่นคงโดยผุ้ลงทุนไม่หวั่นไหวต่อปัจจัยข่าวต่างๆ กำไรเฉลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต่อปี) นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเราควรศึกษาข้อมูลให้ดีว่าจะลงทุนอะไรดี และไม่ต้องรีบที่จะลงทุน เราสามารถรอไปเรื่อยๆได้จนกว่าจะได้เจอการลงทุนที่ใช่สำหรับเราจริงๆ ดีกว่ารีบๆเร่งๆแล้วก็ขาดทุนไป

ราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 1985
ราคาเฉลี่ยของหุ้นย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 1985 – ปัจจุบัน
กราฟset50
ราคาเฉลี่ยของหุ้นย้อนหลัง (เฉพาะหุ้นกลุ่มบริษัทใหญ่ หรือ set50)

อ่านข่าวเศรษฐกิจและข่าวหุ้น

พันธบัตร หรือตราสารหนี้(หุ้นกู้)

“ลงทุนอะไรดี”พันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้(หุ้นกู้)ของบริษัทเอกชนนั้นมีลักษณะคล้ายกัน คือเหมือนกับเวลาที่บริษัทหรือรัฐบาลต้องการเงินเพื่อมาบริหารกิจการภายใน หรือเพื่อนำไปลงทุนในบริษัทเพิ่มเติม ก็จะทำการออกพันธบัตร หรือตราสารหนี้(หรือที่ฝรั่งเรีนกว่าbond) ออกมาเพื่อให้ผู้คนอย่างเราๆได้ซื้อ โดยมีเงื่อนใขว่า เมื่อถึงเวลาที่กำหนด บริษัทหรือรัฐก็จะมาซื้อพันธบัตรเหล่านี้กลับไปในราคาที่มากกว่าที่ขายให้กับเรา(ให้ดอกเบี้ย) พร้อมกับพ่วงออปชั่นเสริมเพื่อดึงดูดให้เราไปซื้อเช่นอย่างรัฐบาลก็จะมีการจับรางวัลแจกแก่ผู้ถือพันธบัตร อย่างบริษัทเอกชนก็จะให้สิทธิผู้ถือหุ้นกู้เอาหุ้นกู้มาเปลี่ยนเป็นเป็นหุ้นของบริษัท หรือให้สิทธิผู้ถือหุ้นกู้ในการซื้อหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทก่อนผู้อื่น การลงทุนชนิดนี้กำไรไม่มาก(ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต่อปี) แต่ความเสี่ยงน้อยมาก

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล
อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรับบาล(ต่อปี) > พันธบัตรที่ยิ่งต้องถือนานก่อนจะได้เงินต้นคืน
ดอกเบี้ยก็จะเยอะขึ้นตามลำดับ

คลิกเพื่อดูหนังสือชี้ชวนเต็มฉบับจากธนาคารแห่งประเทศไทย

กองทุนรวม

กองทุนรวมคือการที่แทนที่เราจะเข้าไปเลือกซื้อหุ้นในตลาดเองทีละตัว เรากลับนำเงินของเราไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมชนิดต่างๆ แล้วให้ผู้บริหารกองทุนนำเงินไปเลือกซื้อหุ้นในขอบเขตที่กองทุนได้บอกไว้ว่าจะนำไปซื้อหุ้นที่มีลักษณะประมาณใหน เมื่อกองทุนได้เงินปันผลจากหุ้นมาเมื่อไหร่ก็จะนำมาแบ่งให้กับเราตามสัดส่วนที่เราได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน

โน้ตไว้ด้วยว่า กองทุนนั้นจะมีการหักค่าดูแลกองทุน แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่จำนวนเงินที่เราได้กำไรจากการลงทุนนั้นก็ไม่ได้มากมายเช่นกัน และทุกกองทุนก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้กำไรแน่นอน บางกองทุนก็ขาดทุนทุกปีก็มี

บัญชีออมทรัพย์

นี่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด (ฝากเงินบัญชีออมทรัพย์กับธนาคาร) ในทางเดียวกันก็เป็นการลงทุนที่ได้กำไรแทบจะน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน (ประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต่อปี ซึ่งแทบจะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ) แต่เราก็ควรนำเงินจำนวนหนึ่งใส่ใว้ในบัญชีออมทรัพย์เหมือนกัน ในกรณีฉุกเฉินเราจะสามารถนำออกมาใช้ได้ทันที และ ไม่ต้องไปแตะการลงทุนที่ลงทุนไว้(การไปขายหุ้นนำเงินมาใช้จ่าย ทำให้เกิดรายจ่ายพวกค่าธรรมเนียมพอสมควร)

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
ตราดอกเบี้ย ต่อ

ทรัพย์สินอื่นที่มีตัวตน สัมผัสได้

การลงทุนประเภทนี้หลากหลายสุดๆ โดยแต่ละอย่างการซื้อขายก็ไม่ง่าย และต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆอย่างที่สุด เช่น นาฬิกา รถเก่าวินเทจน์ ไวน์เหล้าราคาแพง

หรือที่เป็นสิ่งที่โลกนี้ขาดไม่ได้ก็จำพวก ทองคำ ที่ดิน

ราคาประเมินที่ดิน
อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินระหว่างปี พ.ศ. 2559 และ 2562
อะไรดี

การลงทุนแนวใหม่ Crowdfunding

crowdfunding พึ่งจะเริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณไม่เกิน 2 ปี และยังไม่ค่อยแพร่หลายในขณะนี้ แต่การลงทุนแบบ Crowdfunding ในประเทศใหญ่ๆเช่นอเมริกาหรืออังกฤษนั้น มีมาค่อนข้างนานพอสมควรแล้ว

crowdfunding คืออะไร

crowdfunding คือการที่บริษัทจำกัด (บริษัทที่ไม่ได้มีหุ้นขายอยู่ในตลาดหุ้น) ที่ได้ดำเนินกิจการมาระยะเวลาหนึ่ง แล้วต้องการเงินทุนเพิ่มเติมในการขยายกิจการ จึงต้องทำแผนการขยายกิจการมานำเสนอต่อ บริษัทผู้ให้บริการ crowdfunding platform ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอำนาจมาจาก กลต. ในการพิจารณาว่าบริษัทที่มาขอรับการระดมทุนมีความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ ผู้ให้บริการ crowdfunding platform ก็จะจัดให้บริษัทดังกล่าวเสนอขายหุ้นของตนเองต่อสาธารณะชนผ่าน platform ของตนเองได้

ลงทุนอะไรดี crowdfunding ดีหรือไม่

การลงทุนในบริษัทจำกัดที่เปิดขายหุ้นของตนเองเหล่านี้ มีความเสี่ยงมากกว่าการซื้อหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์มาก เนื่องจากบริษัทเหล่านี้พึ่งจะเปิดกิจการมาไม่นาน จึงความมั่นคงในความอยู่ริดของบริษทต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในทางกลับกัน ถ้าการขยายกิจการดำเนินไปได้ดี จนบริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือถ้าต่อมาบริษัทเหล่านี้สามารถนำตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ การลงทุนซื้อหุ้น crowdfunding ของเรา ก็จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลเช่นกัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับcrowdfunding

ลงทุนอะไรดี
การเลือกหุ้นเหมือนกับการเดินเลือกซื้อสินค้า จงซื้อเฉพาะธุรกิจที่คุณเข้าใจวิธีประกอบการ ในราคาที่ไม่แพง

สำหรับนักลงทุนที่อายุยังน้อย

ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับการลงทุน มีแต่คำว่า ยิ่งเร็วยิ่งดี การลงทุนในหุ้นระยาวที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ปีละ 10 เปอร์เซ็นนั้น เป็นการคิดกำไรทบต้น แปลว่า ทุกๆ 7 ปี เงินของเราจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า แปลว่าในบั้นปลายของคนที่เริ่มลงทุนตอนอายุ 23 ปี กับ เริ่มตอน 30 ปีนั้น จะมีเงินต่างกันถึง 2 เท่าเลยทีเดียว   ในทางกลับกันหนี้ก็ทำงานคล้ายกับการลงทุนนี่หละ แต่สิ่งที่เติบโตขึ้นทุกปีคือภาระ เพราะฉะนั้นใครที่อายุน้อยๆแล้วกำลังมีหนี้อยู่ ก็ควรที่จะรีบจัดการกับหนี้เหล่านั้นเสียให้เรียบร้อย แล้วจึงมาเริ่มลงทุน

ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี

อย่างที่ได้อธิบายแล้วข้างต้น ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะในช่วงปลายๆนั้นจะเป็นช่วงพีคของการลงทุน เนื่องจากทรัพย์สินเราจะเติบโตขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ

บริหารเรื่องภาษี

เรื่องภาษีก็เป็นรายจ่ายอีกอย่างหนึ่งที่เราสามารถบริหารได้ เลือกลงทุนในสิ่งที่ช่วยลดภาระภาษี การที่เรารับผลตอบแทนจากการลงทุนต่างๆนั้นย่อมต้องเสียภาษี แต่การที่หุ้นที่เราถืออยู่มีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นนั้น ทรัพย์สินของเราก็เติบโตขึ้นโดยที่ส่วนต่างเหล่านั้น รัฐไม่สามารถมาเรียกเก็บเป็นค่าภาษีกับเราได้

นอกจากจะหาว่าลงทุนอะไรดีแล้วนั้น การจัดการรายจ่ายประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน

สิ่งหนึ่งที่ ฟิล ทาวน์ นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในอเมริกา ได้กล่าวกับลูกศิษย์ว่า ตัวเขาเองนั้นไม่มีเงินก้อนเริ่มต้นมากเหมือนกับนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ แต่สิ่งที่ตัวเขาทำได้ดีมากและเป็นเหตุให้เขาประสบความสำเร็จคือ เขาบริหารรายจ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเขาได้ดีเหลือเกิน ทำให้เค้ามีเงินเหลือที่จะนำไปลงทุนต่อยอดได้มาก

เลือกหุ้นยังไงดี
ดูให้ดีว่าหุ้นที่จะซื้อนั้นคือบริษัทที่มีพื้นฐานการประกอบการที่ดีจริงๆ ไม่ใช่แค่เขาว่ามันดี

อะไรคือการให้เงินทำงานแทนเรา

หลายๆคนมองว่าการลงทุนหรือการเล่นหุ้นนั้นเป็นเหมือนเกมส์ที่เราเข้าไปซื้อขายในตลาดวันต่อวัน เพื่อทำกำไรหลายๆครั้งกับส่วนส่วนต่างของราคาหุ้นที่ปรับขึ้นลงทุกวัน ยิ่งเทรดมากยิ่งได้กำไรมาก ซึ่งก็มีคนได้กำไรจากการซื้อขายหุ้นแบบนี้อยู่จริง แต่การลงทุนจริงๆแล้วนั้น มีลักษณะคือเรานำเงินไปซื้อหุ้นกับบริษัทที่มีการประกอบกิจการที่ดี และรอการเติบโตของบริษัทนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 10-20 ปี หุ้นของเราก็จะมีราคเติบโตขึ้นตามขนาดของบริษัท นี่คือรุปแบบการลงทุนแบบที่เรียกว่า value investing และผู้ที่กำไรจากตลาดหุ้นส่วนมากมีการลงทุนในลักษณะแบบนี้

สรุปว่าเราจะเอาเงินไว้ที่ใหนดี

การที่เรานำเงินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยมาก และสามารถสร้างผลตอบได้ 2-3 เปอร์เซ็นต่อปี แม้จะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ 2-3 เปอร์เซ็นนั้นไม่สามารถทำให้คุณอยู่อย่างสบายได้ในบั้นปลายชีวิตหรอก

การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในประวัติศาสตรเท่าที่มีตอนนี้ คือการลงทุนในตลาดหุ้น บริษัทหลายบริษัทให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนมากถึง 15-20% ของเงินลงทุน เลยทีเดียว ลองมองไปที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา(ประเทสที่มีตลาดหุ้นมายาวนานมากกว่าประเทศเรามาก) จะเห็นได้ว่า 90 ปีที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่ม S&P500 หรือ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา 500 บริษัทแรก (ประเทศเราก็มี set50 set100) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแก่นักลงทุนในบริษัทเหล่านี้ประมาณ 9.8 เปอร์เซ็นต่อปี หมายความว่าถ้าเราหลับตาซื้อหุ้นในบริษัทเหล่านี้เฉลี่ยๆกันไปและถือยาวๆ ทุกๆปีเราจะได้ผลตอบแทนมากกว่าการที่เราไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือ หุ้นกู้มากถึง 3-4 เท่า และมากกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ยกับธนาคารถึง 10 เท่าเลยทีเดียว กลุ่มบริษัทรูปแบบคล้ายๆกันแบบนี้ในบ้านเราก็มีอยู่มาก หรือจะเลือกกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มบริษัท set50 แบบเฉลี่ยๆกันไป (index fund) ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

โดยถ้าหากคุณเลือกลงทุนเลือกหุ้นด้วยตัวเองแล้ว ให้จำไว้ว่าหุ้นที่เลือกนั้นเป็นหุ้นของบริษัทที่มีสินค้าหรือบริการที่ดี โดดเด่นจากบริษัทอื่นๆในตลาดเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ราคาหุ้นของบริษัทนั้นเป็นไปตามความเหมาะสมของผลกำไรและผลประกอบการจริงๆ ไม่ใช่หุ้นที่แพงเพราะว่าข่าวลือเกี่ยวกับการขยายกิจการต่างๆ หรือเป็นหุ้นที่ผู้คนตื่นเต้นกันไปเองจากการโปรโมทของกลุ่มคนบางกลุ่ม เพราะ หุ้นเหล่านั้นราคาอาจจะพุ่งขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่จะไม่นาน และจะมีวันที่ราคาจะตกกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ดูตัวเองให้ดีว่าตนเองนั้นไม่ไช่คนที่หลงกลไปซื้อหุ้นเหล่านี้ในวันที่ราคามันแพงกว่าคุณค่าจริงๆของมัน

reference

“How to invest money : A simple guide to grow your wealth” By MR.phil town from ruleoneinvesting.com

“Investing for beginner” By Martin lewis from moneysavingexpert.com

รศ.ดร.ประพันยุทธ์ เดชวุฒิกรณ์

บล็อกเกอร์ investingchoices.in.th