Table of Contents

คำตอบของคำถาม “ลงทุนอะไรดี” นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนให้เราศึกษาได้เยอะ แต่เราก็อาจจะยังไม่รู้ว่าจะเริ่มศึกษาจากตรงใหนก่อนดี ในบทความนี้เราจึงได้ทำการเรียบเรียงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการลงทุน มาทำการสรุปรวบรวมไว้ เพื่อที่จะได้ให้ผู้อ่านได้ศึกษาเจาะลึกต่อไปในเรื่องอื่นๆ ได้สะดวกขึ้น

เทรนด์การลงทุนในปี 2020 และสถานการณ์ธุรกิจในโลกปัจจุบัน(อัพเดท2020)

[update 2020]การลงทุนแนวใหม่ Crowdfunding

crowdfunding พึ่งจะเริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณไม่เกิน 2 ปี และยังไม่ค่อยแพร่หลายในขณะนี้ แต่การลงทุนแบบ Crowdfunding ในประเทศใหญ่ๆเช่นอเมริกาหรืออังกฤษนั้น มีมาค่อนข้างนานพอสมควรแล้ว

crowdfunding คืออะไร

crowdfunding คือการที่บริษัทจำกัด (บริษัทที่ไม่ได้มีหุ้นขายอยู่ในตลาดหุ้น) ที่ได้ดำเนินกิจการมาระยะเวลาหนึ่ง แล้วต้องการเงินทุนเพิ่มเติมในการขยายกิจการ จึงต้องทำแผนการขยายกิจการมานำเสนอต่อ บริษัทผู้ให้บริการ crowdfunding platform ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับอำนาจมาจาก กลต. ในการพิจารณาว่าบริษัทที่มาขอรับการระดมทุนมีความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ ผู้ให้บริการ crowdfunding platform ก็จะจัดให้บริษัทดังกล่าวเสนอขายหุ้นของตนเองต่อสาธารณะชนผ่าน platform ของตนเองได้ ซึ่งในขณะนี้พึ่งจะมีเพียง sinwattana platform ที่ผ่านการคัดเลือกและเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ลงทุนอะไรดี crowdfunding ดีหรือไม่

การลงทุนในบริษัทจำกัดที่เปิดขายหุ้นของตนเองเหล่านี้ มีความเสี่ยงมากกว่าการซื้อหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ขนาดไม่ใหญ่มาก จึงความมั่นคงต่ำกว่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในทางกลับกัน บริษัทขนาดเล็กนั้น หุ้นที่เราซื้อก็จะถือเป็นหุ้นใหญ่ ถ้าการขยายกิจการดำเนินไปได้ดีมีกำไรมาก เราก็จะได้เงินปันผลมากตามไปด้วย หรือถ้าต่อมาบริษัทเหล่านี้สามารถนำตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ การลงทุนร่วมหุ้นกับบริษัทเหล่านี้ ก็จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลเช่นกัน
สินวัฒนา แพลทฟอร์ม ซึ่งทำหน้าที่คัดกรองบริษัทที่จะมาขอขยายกิจการ(แทน กลต.) เจ้าเดียวในไทยนั้น มี kwek hong sin นักธุรกิจเศรษฐีชาวสิงคโปร์, นายไชยเจริญ อติแพทย์ ประธานกรรมการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง เป็นคณะผู้บริหาร เพราะฉะนั้นอาจจะพอเชื่อได้ว่า บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคตที่ดีดูรายละเอียดบริษัทที่กำลังเปิดระดมทุนอยู่ในขณะนี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับcrowdfunding

แนวคิดการลงทุนทำธุรกิจแบบ วอเรนท์ บัฟเฟต ในตอนที่เขายังไม่มีเวลา และไม่มีเงินทุน

เรื่องราวนี้สามารถเป็นแนวคิดให้กับผู้ที่อยากลงทุนทำธุรกิจ แต่มีต้นทุนและเวลาน้อย ได้เป็นอย่างดี

มหาเศรษฐีผู้โด่งดังคนนี้ได้เล่าให้กับนักข่าวในอเมริกาฟังว่า เมื่อตอนที่เขาอายุ 17 ปี ขณะกำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมนั้น เค้าก็สามารถสร้างเงินเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับเด็กวัยเท่าเขาในขณะนั้นโดยการทำธุรกิจตู้เกมส์พินบอลหยอดเหรียญ เขาได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนของเขาลงทุนไปซื้อตู้เกมส์หยอดเหรียญมือสองมาในราคา 25 เหรียญ เพื่อมาซ่อมให้ดูใหม่เหมือนจากนั้นจึงไปติดต่อกับเจ้าของร้านตัดผมใกล้บ้านของเขาว่า เขาเป็นตัวแทนของบริษัท วิลสัน เครื่องเล่นเกมส์ และในวันนี้คุณวิลสันให้มา….อ่านต่อ

ลงทุน

วิธีการเลือกหุ้นของวอเรน บัฟเฟทต์ > เลือกหุ้นจากพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท

ลงทุนยังไงดี

เป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันออกไป บางคนมีเงินออมเหลือและต้องการให้เงินนั้นงอกเงยไปใช้ในยามเกษียณหรือยามที่ฉุกเฉินจริงๆ บางคนมีเงินทุนสำรองที่ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้ในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ บางคนทราบเลยว่าเงินก้อนนี้จะต้องใช้ในปีถัดไปแต่ไม่อยากจะทิ้งไว้เสียเปล่าๆ พื้นฐานของการศึกษาเรื่องการลงทุนจึงควรเริ่มจากกำหนดเป้ามายการลงทุนของตนเองก่อน จากนั้นจึงไปศึกษาว่าวีธีการแบบใหนจะทำให้เป้าหมายสำเร็จได้ (ลงทุนอะไรดีที่สุด คือ ต้องเหมาะสมที่สุด)

สำหรับมือใหม่ที่กำลังหาว่าลงทุนอะไรดี

เมื่อเราจะลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในการซื้อหุ้นของบริษัทหรือซื้อรถยนต์เก่า นาฬิกา หรือทองคำ เราย่อมเชื่อว่าสิ่งที่เราลงทุนเหล่านั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ปัญหาก็คือมันไม่มีทางลัดที่จะทำให้เราเข้าใจเรื่องการลงทุนภายในพริบตาเดียว เราจะต้องให้เวลาศึกษามันสักหน่อย วอเรน บัฟเฟตท์ เคยถามกับพนักงานในบริษัทของเขาว่า รู้มั้ยว่าอาชีพนักลงทุนของเราดีกว่านักกีฬาเบสบอลอย่างไร?

คำตอบก็คือ นักเบสบอลนั้น มีโอกาสเลือกที่จะตีลูกเบสบอลได้เพียงแค่สามครั้งเท่านั้น ในครั้งสุดท้าย ไม่ว่าบอลจะถูกขว้างมาแย่แค่ใหนผู้เล่นก็ต้องตีมัน

แต่การเป็นนักลงทุนนั้น หากเรายังไม่เล็งเห็นหุ้นตัวใหน ที่คิดว่ามันดี และอยู่ในจังหวะ เวลาที่น่าซื้อจริงๆ เราก็สามารถกำเงินไว้ หรือปล่อยเงินเราแช่ไว้กับการลงทุนที่มีความมั่นคงสูงมากๆก่อนก็ได้ เมื่อเวลาที่เราคิดว่าดีที่สุดมาถึง เราก็ค่อยเริ่มลงทุน

หลายๆคน พอเริ่มมีเงินเก็บ ก็สร้างเงื่อนใขกับตนเองว่าจะต้องเลือกลงทุนอะไรสักอย่างเดี๋ยวนี้หรือภายในเดือนนี้ปีนี้ แต่ความจริงแล้ว การเริ่มลงทุน มันไม่ต้องรีบขนาดนั้น แต่เราควรต้องใช้เวลาศึกษามันให้ดีเสียก่อนดีกว่าที่จะไปรีบซื้อมั่วๆ เหมือนการเล่นการพนัน

สิ่งที่ห้ามลืม

การลงทุนนั้นไม่ใช่การประกอบกิจการที่เราจะคาดหวังได้ว่าจะร่ำรวยขึ้นอย่างเร็วในระยะเวลาอันสั้น แต่เป็นการพัฒนาทรัพย์สินของเราที่มีอยู่แล้วให้ค่อยๆมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยคำว่า”ค่อยๆ”นั้นอาจจะกินเวลาถึง 5 ปี 10 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วย้อนกลับมาดูจุดเริ่มต้น เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า จำนวนทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นจะเป็นมูลค่าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

แนวทางการเลือกหุ้น เพื่อลงทุนในระยะยาว

นี่คือตัวเลือกพื้นฐานสำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะลงทุนอะไรดี

การลงทุนง่ายๆที่มีความนิยมและมีความสะดวกในการลงทุนในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายอย่าง คำว่าหลายอย่างนี้รวมถึง

ตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์ตลาดที่สร้างเศรษฐีมาแล้วนักต่อนัก แล้วก็เป็นตลาดเดียวกันที่สูบเงินนักลงทุนจนหมดตัวมาแล้วก็หลายคน เมื่อคุณซื้อหุ้นมันเป็นการซื้อส่วนๆหนึ่งของกิจการดังกล่าว เมื่อบริษัทได้รับผลกำไรมา เราก็จะได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนผลกำไรรวมต่อจำนวนหุ้นที่เราได้ซื้อมา ถ้ากิจการนั้นได้ขยายตัวขึ้น แน่นอนว่าหุ้นที่อยู่ในมือเราก็จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วย นักลงทุนมือใหม่โดยมาก มักจะไม่ได้มองที่ส่วนแบ่งของกำไรหรือปันผล แต่จะมองที่การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ไช่สิ่งที่ผิด แต่เป็นสิ่งที่ต้องควรระวัง (การลงทุนในหุ้นในระยะยาว 7-10 ปีขึ้นไป ถ้าเลือกลงทุนในบริษัทใหญ่ พื้นฐานดี และมีความมั่นคงโดยผุ้ลงทุนไม่หวั่นไหวต่อปัจจัยข่าวต่างๆ กำไรเฉลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต่อปี) นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเราควรศึกษาข้อมูลให้ดีว่าจะลงทุนอะไรดี และไม่ต้องรีบที่จะลงทุน เราสามารถรอไปเรื่อยๆได้จนกว่าจะได้เจอการลงทุนที่ใช่สำหรับเราจริงๆ ดีกว่ารีบๆเร่งๆแล้วก็ขาดทุนไป

ราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 1985
ราคาเฉลี่ยของหุ้นย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 1985 – ปัจจุบัน
กราฟset50
ราคาเฉลี่ยของหุ้นย้อนหลัง (เฉพาะหุ้นกลุ่มบริษัทใหญ่ หรือ set50)

พันธบัตร หรือตราสารหนี้(หุ้นกู้)

“ลงทุนอะไรดี”พันธบัตรรัฐบาลหรือตราสารหนี้(หุ้นกู้)ของบริษัทเอกชนนั้นมีลักษณะคล้ายกัน คือเหมือนกับเวลาที่บริษัทหรือรัฐบาลต้องการเงินเพื่อมาบริหารกิจการภายใน หรือเพื่อนำไปลงทุนในบริษัทเพิ่มเติม ก็จะทำการออกพันธบัตร หรือตราสารหนี้(หรือที่ฝรั่งเรียกว่าbond) ออกมาเพื่อให้ผู้คนอย่างเราๆได้ซื้อ โดยมีเงื่อนใขว่า เมื่อถึงเวลาที่กำหนด บริษัทหรือรัฐก็จะมาซื้อพันธบัตรเหล่านี้กลับไปในราคาที่มากกว่าที่ขายให้กับเรา(ให้ดอกเบี้ย) พร้อมกับพ่วงออปชั่นเสริมเพื่อดึงดูดให้เราไปซื้อเช่นอย่างรัฐบาลก็จะมีการจับรางวัลแจกแก่ผู้ถือพันธบัตร อย่างบริษัทเอกชนก็จะให้สิทธิผู้ถือหุ้นกู้เอาหุ้นกู้มาเปลี่ยนเป็นเป็นหุ้นของบริษัท หรือให้สิทธิผู้ถือหุ้นกู้ในการซื้อหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทก่อนผู้อื่น การลงทุนชนิดนี้กำไรไม่มาก(ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต่อปี) แต่ความเสี่ยงน้อยมาก

เพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล
อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล(ต่อปี) > พันธบัตรแบบที่ต้องถือนานกว่าก็จะมีดอกเบี้ยมากกว่า

คลิกเพื่อดูหนังสือชี้ชวนเต็มฉบับจากธนาคารแห่งประเทศไทย

ลงทุนอะไรดี

กองทุนรวม

กองทุนรวมคือการที่แทนที่เราจะเข้าไปเลือกซื้อหุ้นในตลาดเองทีละตัว เรากลับนำเงินของเราไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมชนิดต่างๆ แล้วให้ผู้บริหารกองทุนนำเงินไปเลือกซื้อหุ้นในขอบเขตที่กองทุนได้บอกไว้ว่าจะนำไปซื้อหุ้นที่มีลักษณะประมาณใหน เมื่อกองทุนได้เงินปันผลจากหุ้นมาเมื่อไหร่ก็จะนำมาแบ่งให้กับเราตามสัดส่วนที่เราได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน

โน้ตไว้ด้วยว่า กองทุนนั้นจะมีการหักค่าดูแลกองทุน แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่จำนวนเงินที่เราได้กำไรจากการลงทุนนั้นก็ไม่ได้มากมายเช่นกัน และทุกกองทุนก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้กำไรแน่นอน บางกองทุนก็ขาดทุนทุกปีก็มี

บัญชีออมทรัพย์

นี่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด (ฝากเงินบัญชีออมทรัพย์กับธนาคาร) ในทางเดียวกันก็เป็นการลงทุนที่ได้กำไรแทบจะน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน (ประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต่อปี ซึ่งแทบจะน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ) แต่เราก็ควรนำเงินจำนวนหนึ่งใส่ใว้ในบัญชีออมทรัพย์เหมือนกัน ในกรณีฉุกเฉินเราจะสามารถนำออกมาใช้ได้ทันที และ ไม่ต้องไปแตะการลงทุนที่ลงทุนไว้(การไปขายหุ้นนำเงินมาใช้จ่าย ทำให้เกิดรายจ่ายพวกค่าธรรมเนียมพอสมควร)

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
ตราดอกเบี้ย ต่อ

ทรัพย์สินอื่นที่มีตัวตน สัมผัสได้

การลงทุนประเภทนี้หลากหลายสุดๆ โดยแต่ละอย่างการซื้อขายก็ไม่ง่าย และต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆอย่างที่สุด เช่น นาฬิกา รถเก่าวินเทจน์ ไวน์เหล้าราคาแพง

หรือที่เป็นสิ่งที่โลกนี้ขาดไม่ได้ก็จำพวก ทองคำ ที่ดิน.

ราคาประเมินที่ดิน
อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินระหว่างปี พ.ศ. 2559 และ 2562
อะไรดี

สำหรับนักลงทุนที่อายุยังน้อย

ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับการลงทุน มีแต่คำว่า ยิ่งเร็วยิ่งดี การลงทุนในหุ้นระยาวที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย ปีละ 10 เปอร์เซ็นนั้น เป็นการคิดกำไรทบต้น แปลว่า ทุกๆ 7 ปี เงินของเราจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า แปลว่าในบั้นปลายของคนที่เริ่มลงทุนตอนอายุ 23 ปี กับ เริ่มตอน 30 ปีนั้น จะมีเงินต่างกันถึง 2 เท่าเลยทีเดียว   ในทางกลับกันหนี้ก็ทำงานคล้ายกับการลงทุนนี่หละ แต่สิ่งที่เติบโตขึ้นทุกปีคือภาระ เพราะฉะนั้นใครที่อายุน้อยๆแล้วกำลังมีหนี้อยู่ ก็ควรที่จะรีบจัดการกับหนี้เหล่านั้นเสียให้เรียบร้อย แล้วจึงมาเริ่มลงทุน

ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี

อย่างที่ได้อธิบายแล้วข้างต้น ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะในช่วงปลายๆนั้นจะเป็นช่วงพีคของการลงทุน เนื่องจากทรัพย์สินเราจะเติบโตขึ้นเป็นหลายเท่าทวีคูณ

นอกจากจะหาว่าลงทุนอะไรดีแล้วนั้น การจัดการรายจ่ายประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน

สิ่งหนึ่งที่ ฟิล ทาวน์ นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในอเมริกา ได้กล่าวกับลูกศิษย์ว่า ตัวเขาเองนั้นไม่มีเงินก้อนเริ่มต้นมากเหมือนกับนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ แต่สิ่งที่ตัวเขาทำได้ดีมากและเป็นเหตุให้เขาประสบความสำเร็จคือ เขาบริหารรายจ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเขาได้ดีเหลือเกิน ทำให้เค้ามีเงินเหลือที่จะนำไปลงทุนต่อยอดได้มาก

สรุปว่าเราจะเอาเงินไว้ที่ใหนดี

การที่เรานำเงินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยมาก และสามารถสร้างผลตอบได้ 2-3 เปอร์เซ็นต่อปี แม้จะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว แต่ 2-3 เปอร์เซ็นนั้นไม่สามารถทำให้คุณอยู่อย่างสบายได้ในบั้นปลายชีวิตหรอก

การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในประวัติศาสตรเท่าที่มีตอนนี้ คือการลงทุนในตลาดหุ้น บริษัทหลายบริษัทให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนมากถึง 15-20% ของเงินลงทุน เลยทีเดียว ลองมองไปที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา(ประเทสที่มีตลาดหุ้นมายาวนานมากกว่าประเทศเรามาก) จะเห็นได้ว่า 90 ปีที่ผ่านมา บริษัทในกลุ่ม S&P500 หรือ บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา 500 บริษัทแรก (ประเทศเราก็มี set50 set100) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยแก่นักลงทุนในบริษัทเหล่านี้ประมาณ 9.8 เปอร์เซ็นต่อปี หมายความว่าถ้าเราหลับตาซื้อหุ้นในบริษัทเหล่านี้เฉลี่ยๆกันไปและถือยาวๆ ทุกๆปีเราจะได้ผลตอบแทนมากกว่าการที่เราไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือ หุ้นกู้มากถึง 3-4 เท่า และมากกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ยกับธนาคารถึง 10 เท่าเลยทีเดียว กลุ่มบริษัทรูปแบบคล้ายๆกันแบบนี้ในบ้านเราก็มีอยู่มาก หรือจะเลือกกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มบริษัท set50 แบบเฉลี่ยๆกันไป (index fund) ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

โดยถ้าหากคุณเลือกลงทุนเลือกหุ้นด้วยตัวเองแล้ว ให้จำไว้ว่าหุ้นที่เลือกนั้นเป็นหุ้นของบริษัทที่มีสินค้าหรือบริการที่ดี โดดเด่นจากบริษัทอื่นๆในตลาดเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ราคาหุ้นของบริษัทนั้นเป็นไปตามความเหมาะสมของผลกำไรและผลประกอบการจริงๆ ไม่ใช่หุ้นที่แพงเพราะว่าข่าวลือเกี่ยวกับการขยายกิจการต่างๆ หรือเป็นหุ้นที่ผู้คนตื่นเต้นกันไปเองจากการโปรโมทของกลุ่มคนบางกลุ่ม เพราะ หุ้นเหล่านั้นราคาอาจจะพุ่งขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง แต่จะไม่นาน และจะมีวันที่ราคาจะตกกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม ดูตัวเองให้ดีว่าตนเองนั้นไม่ไช่คนที่หลงกลไปซื้อหุ้นเหล่านี้ในวันที่ราคามันแพงกว่าคุณค่าจริงๆของมัน

แนวโน้มการลงทุนในปี 2020(อัพเดท)

ในปัจจุบันอย่างที่ทุกคนทราบว่าเป็นยุคของเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต โดยความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการสร้างแฟลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้คนนั้นไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆอย่างสมัยก่อนแล้ว บุคคลทั่วไปอย่างเราๆประกอบกับความตั้งใจอย่างจิงจังก็สามารถสร้างแพลทฟอร์ม หรือหาประโยชน์จากแพลทฟอร์มเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ไม่ยาก

ตัวอย่างที่เห็นได้จากวงการสื่อ

การมาของ website และ social media ทำลายวงการสื่อแบบเดิมอย่างเช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ magazine ลงได้อย่างราบคาบ โดยในตอนนี้ประเทศใหญ่ๆเช่น อังกฤษ หรืออเมริกา ที่มีการทำคอนเท้นท์แข่งกันในสื่อสมัยใหม่อย่าง website หรือ social medias อย่างเข้มข้นนั้น ทำให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับต้องยอมที่จะแจกฟรีแล้ว เพื่อที่จะได้สามารถอยู่รอดต่อไปได้ด้วยรายได้จากการขายพื้นที่โฆษณาบนหน้าหนังสือพิมพ์ของตน เพราะถ้าไม่แจกฟรีก็ไม่มีใครยอมเสียเงินซื้อมาอ่านแล้ว แต่แม้กระทั่งแจกฟรีแนวโน้มสำหรับหนังสือพิมพ์ฟรีที่ทำการจากอยู่นั้นผู้คนก็มีทีว่าจะทำการหยิบน้อยลงเข้าไปทุกที

โทรทัศน์ค่ายใหญ่ๆดังๆ ก็มีแต่จะรอการขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้นทุนในการที่ต้องมีตึกรองรับลูกจ้างซึ่งต้องตั้งอยู่ใจกลางเมือง ต้องจ้างพระเอก นางเอก ผู้กำกับละคร นักประกาศข่าวชื่อดัง มาช่วยสร้างคอนเท้นท์ และอื่นๆอีกมากมายนั้นสูงเหลือเกินเมื่อเทียบกับนักสร้างคอนเท้นท์ประเภทที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการสร้างคอนเท้นท์เลยเช่น คุณโชเล่ย์ที่แค่ทำอาหารมานั่งกินโชว์อย่างเดียว,คุณพีช อีทแฟลกโชว์กินจุ, คุณลิลลี่ได้หมดถ้าสดชื่น โชว์การร้องเพลงที่ร้องเองแต่งเอง,การรีวิวสินค้าหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจากอีกหลากหลายยูทูบเบอร์,ช่อง little monster ที่ทำการถ่ายทำเด็กสองคน ซึ่งเป็นบุตรของเจ้าของคอนเท้นท์เอง และอีกมายที่แทบจะไม่มีต้นทุนในการสร้างคอนเท้นท์ แต่ก็สามารถสร้างความสนใจให้กับผู้คน จนยอดวิวนั้นแซงหนังหรือละครจากสำนักดังๆ หรือแม้กระทั่งข่าวจากสำนักข่าวดังๆนั้น ยอดผู้ชมยังน้อยกว่าการไลฟ์สดของคุณอัจฉริยะ หรือคุณทนายเดชา เสียอีก

ตัวอย่างที่เห็นได้จากธุรกิจโรงแรมและที่พัก

ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นมากมายเช่น Airbnb, booking, hotel นั้นก็อาศัยแค่ไอเดียของตนที่ว่าถ้าหากตนเองสามารถรวบรวมความสนใจของผู้คนที่กำลังมองหาที่พักอยู่ก็จะสามารถทำกำไรจากการรวบรวมความสนใจตรงนี้ได้ จึงได้สร้างแพลทฟอร์มในการรวบรวมรายละเอียดที่พักต่างๆทั่วโลก แล้วนำมาจัดเรียงอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่พักนั้นสามารถใช้ออปชั่นตัวกรอง เพื่อคัดแยกที่พักเฉพาะประเภทที่ตนเองสนใจได้ จนกระทั่งในปัจจุบันคนจำนวนมากเมื่อจะหาที่พักก็เลือกที่จะเข้าแอพพลิเคชั่นเหล่านี้

แพลทฟอร์มนี้ สร้างผลกระทบให้กับโรงแรมขนาดใหญ่จำนวนมากทั่วทั้งโลก ที่เคยต้องหมดเงินลงทุนมหาศาลไปกับทำเลแพงๆให้เป็นที่เห็นได้ง่าย ต้องทำขนาดให้ใหญ่โตและหรูหรา และยังกระทบไปถึงวิธีทำการตลาดแบบไม่กำหนดราคาห้องพักตายตัว

ห้องเดียวกันไปเวลาขายให้กับคนพร้อมซื้อก็ขายราคาแพง(กลุ่มวอร์คอิน) ไปเสนอขายให้กับกลุ่มคนที่กำลังลังเลก็ขายถูกลงมา(ตามเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยว) นำไปเสนอขายกับคนที่ไม่ได้มีความสนใจที่จะซื้อเลยก็ขายราคาแบบถูกมากไปเลย(โฆษณาตามสื่อทั่วไป) แต่การมาของแพลทฟอร์มแอพพลิเคชั่นแบบนี้ นอกจากจะสามารถทำให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลการมีตัวตนของที่พักที่เราไม่รู้จักอีกหลายๆแห่ง ยังสามารถทำให้ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าแท้จริงแล้วห้องเหล่านั้นมีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่ เพราะว่าทุกราคาและคุณภาพของห้องจะนำมาถูกจัดเรียงและถูกเปรียบเทียบอย่างชัดเจน ใครที่ใช้การตลาดแบบเดิมๆ ไม่มีความจริงใจต่อลูกค้าก็มีกำไรน้อยลง

ผลที่เกิดขึ้นต่อมาก็คือ แพลทฟอร์มเหล่านี้นอกจากจะ disrupt วงการโรงแรมและที่พักโดยตัวของมันแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนทั่วไปอย่างเราๆ ซึ่งต้นทุนน้อยมาก ให้ได้ใช้ไอเดียอย่างเต็มที่กับช่องทางที่แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ให้มา ว่าจะนำเสนอห้องพักเล็กๆของเราอย่างไรดี บ้านในโซนชนบทในต่างจังหวัดของประเทศไทยจำนวนมากซึ่งนำเสนอวัฒธรรมประเพณีท้องถิ่น และการใช้ชีวิตอย่างชนบทจริงๆ ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากกว่าโรงแรมแพงๆในเมืองเสียอีก

กิจการอื่นๆอีกมากที่ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวช้า

อย่างที่เจ้าของบริษัท cpall หรือ เซเว่นได้พูดเองว่า เซเว่น อันยิ่งใหญ่ของเขาก็อาจมีปัญหาได้เช่นกัน หากการส่งสินค้า delivery มีพัฒนาการไปยิ่งขึ้นมากกว่านี้ มีข้อมูลลูกค้าแต่ละที่เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ต่อไปอาจจะไม่ต้องมาเซเว่น
ในอนาคตผู้บริโภคอาจจะสั่งของที่เขาต้องการจากแหล่งผลิตโดยตรงเลยก็ได้ เนื่องจากต้นทางผู้ผลิตเหล่านี้เขาก็มีช่องทางอินเตอร์เน็ตในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเขาแล้วทั้งโซเชี่ลมีเดียร์ ทั้งแอพพลิเคชั่นสั่งของ สั่งอาหารต่างๆ และกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับผู้ให้บริการด้าน logistic หรือการขนส่งสินค้าแบบถึงหน้าบ้านก็กำลังมีมากขึ้นและกำลังพัฒนาคุณภาพของการบริการอยู่ด้วยเช่นกัน ในวันหน้าหากผู้บริโภคอย่างเราสามารถสั่งข้าวสารได้จากโรงสีใกล้บ้านหรือย่านชานเมืองโดยตรง สั่งข้าวสวยได้จากร้านขายข้าวสวยในซอยบ้านเราเอง สั่งน้ำหวานเก๊กฮวย ชาเย็น ได้จากร้านป้าหน้าปากซอยที่กลับมาเปิดใหม่เพราะเห็นช่องทางทางการค้าจากการที่สามารถเข้าร่วมกับผู้ให้บริการ delivery แล้วผูกกับแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารอีกต่อหนึ่งได้แล้ว การผูกขาดทางการค้าปลีกของเซเว่นอาจจะถูกทำลายลงได้ เพราะผู้ผลิตเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำกำไรไปแบ่งให้กับร้านค้าปลีกอีกต่อไปแล้ว

ผลกระทบต่อพนักงานประจำและผู้ประกอบการรายเล็ก

พนักงานประจำที่ทำงานซ้ำๆแบบงาน routine ก็จะลดลงเรื่อยๆ เพราะเมื่อเจ้าของธุรกิจ เค้าสามารถหาเทคโนโลยีที่ต้นทุนถูกกว่ามาแทนได้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องจ้างแรงงานคน ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ดูแลยาก และราคาแพง มาทำงานประจำเหล่านั้นอีกต่อไป
ในขณะที่เขียนอยู่นี้ ผู้เขียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แล้วก็เห็นแล้วว่าธุรกิจทุกอย่างกำลังปรับตัวให้มีแรงงานมนุษย์ให้น้อยที่สุด ปั๊มบริการน้ำมันคนขับเติมเองร้อยเปอเซ็นแล้ว ร้านค้าปลีกขายเครื่องใช้ประจำวันก็ไม่มีพนักงานคิดเงินแล้ว แสกนเองจ่ายเอง ร้านอาหารก็ลดราคาอาหารที่ซื้อกินแบบ take away ลงให้ต่ำกว่ากินที่ร้านมาก เพื่อให้คนนำอาหารที่สั่งไปกิน ไปเก็บล้างกันเอง ลดต้นทุนด้านพนักงาน
จากสิ่งเหล่านี้เห็นได้ว่าเทคโนโลยีง่ายๆในปัจจุบัน เปิดช่องให้กับผู้ที่มีความสามารถอย่างเปิดกว้าง การไม่มีต้นทุน ไม่มีความรู้ นั้น เป็นสิ่งที่ถูกก้าวผ่านได้โดยการศึกษาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่เปิดกว้าง การใช้ความคิด ใช้ไอเดีย และลงมือทำ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีผลเสียอย่างแรงต่อกลุ่มคนที่ไม่อยากใช้สมองคิดอะไร ชอบทำงาน routine ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งง่ายๆเหล่านี้ที่เคยต้องอาศัยแรงงานคนจะสามารถถูกทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีโดยง่าย แต่งานที่ต้องอาศัยความคิดนั้น โอกาสยากมากที่เทคโนโลยีจะมาแทนคนได้ อย่าลืมว่าเงินทองในโลกนี้มีอยู่เท่าเดิม อยู่ที่ว่ามันจะไปอยู่ที่ใหน กับใครมากกว่ากัน ไม่มีทางว่าเทคโนโลยีจะทำให้คนตกงานและลำบากไปพร้อมกันทั้งโลกได้ แต่คนที่อยู่ได้อย่างปลอดภัยคือคนที่รู้จักศึกษา เรียนรู้ และปรับตัว

เทรนด์การลงทุนระยะยาว

การลงทุนในหุ้น หรือลงทุนในธุรกิจอะไรก็แล้วแต่แนวโน้มในปี 2020 และในอนาคตต่อไป ก็มีพื้นฐานจากแนวคิดคล้ายๆแบบนี้เช่นกัน ก็ต้องมาลองตัดสินใจ วิเคราะห์กันดูว่าในระยะยาว

  • -CPALL จะยืนหยัดเป็นร้านค้าปลีกผูกขาดได้ต่อไปอีกแค่ใหน การลงมาสู้ในสนาม delivery จะทำได้ดีแค่ใหน
  • -จะมีเทคโนโลยีด้านพลังงานอะไร มาแทนพลังงานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่ บริษัทใหนจะมีผู้บริหารหัวคิดก้าวหน้าดักทางในอนาคตได้มากกว่ากัน
  • -ELON MUSK ก็ฮึ่มๆ จะโชว์ผลงานการปล่อยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจากจานดาวเทียมมาให้คนทั้งโลกได้ใช้ในราคาถูก เราก็ต้องลุ้นว่าอนาคตมันจะเกิดได้หรือไม่ จะมีผลก็หุ้นผู้ให้บริการเครือข่ายเหล่านี้ของเราหรือไม่
  • -ทุกวันนี้ ผมคนชอบกินน้ำโค้ก น้ำเป็ปซี่ เมื่อมาอยู่ที่อังกฤษ แล้วเห็นว่ามันราคาแพง เลยไปลองซื้อ น้ำโคล่าอื่นๆ ตามร้าน Siansbury หรือ Lidl กินดู ก็คิดว่ารสชาติก็ไม่ต่างกันแล้ว ราคายังถูกกว่ากัน 2-3 เท่าตัวอีกด้วย
  • -แล้วยังเห็นอีกว่าสังคมปลอดเงินสดหรือสังคม Cashless ที่รัฐบาลประเทศเรากำลังพยายามรณรงค์กันอยู่นั้น สามารถเป็นไปได้จริงๆ มีธนาคารออนไลน์ที่ไม่ได้มีสาขาตามท้องถนนแบบ MONZO เกิดขึ้นมาโดยชูจุดเด่นในการ เก็บรายละเอียดการใช้จ่ายของเรา และออปชั่นอื่นๆ เกี่ยวกับการแนะนำด้านการใช้เงิน การออมเงิน คนหลายคนจึงเลือกที่จะโอนเงิน(ซึ่งอยู่ในมือถือมันก็เป็นแค่เพียงคือตัวเลข) ไปใว้ที่ธนาคาร MONZO แทน เนื่องจากมีการให้บริการด้านออนไลน์ที่น่าสนใจมากกว่า ก็เลยมีความคิดว่า ถ้าเราถือหุ้นธนาคารที่นี่ไว้จะเป็นอย่างไรกันในอนาคต

ระยะยาวหุ้นตัวใหนดี

ถ้าหากถามผมว่า ลงทุนอะไรดีในปี 2020 เพื่อจะถือไปยาวๆ 10 – 20 ปี คงคิดว่า บริษัทจำพวก รัฐวิสาหกิจที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ เช่น AOT เพราะ ต่อให้มีเทคโนโลยีติดปีกมาจากคงไม่สามารถมาสร้างสนามบินในอากาศมาใช้ทดแทนของจริงได้ แล้วก็ไม่มีแนวโน้มว่าคนจะใช้เครื่องบินลดลงอีกด้วย ยังมีเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้อโอกาสให้กับ AOT อยู่อีกหลายฉบับซึ่งทำให้ผมคิดว่า สามารถเชื่อใจได้มากที่สุดในโลกแห่งการ disrupt ในปัจจุบัน

reference

“How to invest money : A simple guide to grow your wealth” By MR.phil town from ruleoneinvesting.com

“Investing for beginner” By Martin lewis from moneysavingexpert.com

Author

บล็อกเกอร์ investingchoices.in.th